Categories
compulsory licensing ethical issues

ประเด็นทางจริยธรรมใน CL

ไฟล์เสียงจากการบรรยายของ นพ. ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดล รศ. ดร. วิทยา กุลสมบูรณ์ และ รศ. ดร. โสรัจจ์ หงศ์ลดารมภ์ เรื่อง “ประเด็นทางจริยธรรมของการใช้สิทธิเหนือสิทธิบัตร” ซึ่งได้บรรยายไปเมื่อวันที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2551 ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น สามารถรับฟังได้ที่ http://www.stc.arts.chula.ac.th/iweb/ แล้วคลิกที่คำว่า Podcast

Categories
data protection e-government privacy rights

ข้อมูลส่วนบุคคลกับความเสี่ยงในยุครัฐบาลอิเล็กทรอนิกส

โครงการการสัมมนาเรื่อง

“ข้อมูลส่วนบุคคลกับความเสี่ยงในยุครัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์”

วันพุธที่ ๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๑๓.๐๐ ถึง ๑๖.๓๐ น.

ห้อง ๑๐๕ อาคารมหาจุฬาลงกรณ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

จัดโดย
กลุ่มวิจัยจริยธรรมและมิติทางสังคมของเทคโนโลยีสารสนเทศ
ศูนย์จริยธรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

หลักการและเหตุผลและวัตถุประสงค์

เทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอที) เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ สังคม และการเปลี่ยนแปลงไปสู่สังคมสารสนเทศ (Information Society) ภาครัฐและภาคเอกชนใช้ไอทีในการรื้อปรับระบบและกระบวนการผลิต ปฏิรูปองค์การเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก เทคโนโลยีสารสนเทศเช่นระบบคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่าย อินเทอร์เน็ต ตลอดจนโครงข่ายโทรคมนาคมผ่านดาวเทียม ทำให้การติดต่อสื่อสาร การแลกเปลี่ยนข้อมูล และการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เป็นไปอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพและลดต้นทุน ภาครัฐจึงผลักดันนโยบายรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์และสังคมอิเล็กทรอนิกส์ (e-Society) โดยใช้บัตรประชาชนแบบเอนกประสงค์ หรือบัตรสมาร์ทการ์ดเป็นกุญแจสำคัญในการให้ประชาชนเข้าถึงบริการของภาครัฐ
ทั้งภาคเอกชนและภาครัฐต่างเก็บข้อมูลของลูกค้าและประชาชนในฐานข้อมูล (databases) เพื่อการวิเคราะห์ประมวล เช่น องค์กรธุรกิจสามารถใช้ฐานข้อมูลเพื่อการวิจัยทางตลาดและติดตามการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรมของผู้บริโภค ในขณะที่ภาครัฐสามารถใช้ฐานข้อมูลในการประมาณการจัดเก็บภาษีและการวางแผนงบประมาณ การจัดการเลือกตั้ง การจัดการแรงงานต่างด้าว ตลอดจนการติดตามอาชญากรข้ามชาติ เป็นต้น การจัดทำบัตรประชาชนแบบสมาร์ทการ์ดจะช่วยเอื้อให้ภาครัฐสามารถประมวลข้อมูลจากฐานข้อมูลที่กระจัดกระจายตามองค์กรต่างๆ เพื่อให้เกิดการบูรณาการและเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานตามนโยบาย บัตรประชาชนแบบสมาร์ทการ์ดมีไมโครชิปบรรจุข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ข้อมูลบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน ทะเบียนสมรส/ใบหย่า ข้อมูลสวัสดิการสังคม ข้อมูลภาษี ใบอนุญาตขับขี่ ข้อมูลด้านสุขภาพ เช่น หมู่เลือด โรคประจำตัว ประวัติสุขภาพ ตลอดจนข้อมูลการเป็นหนี้ธนาคาร เป็นต้น ประชาชนต้องใช้บัตรสมาร์ทการ์ดในการยืนยันตน เพื่อใช้บริการภาครัฐ
อย่างไรก็ตามการบรรจุข้อมูลส่วนบุคคลจำนวนมากบนบัตรประชาชนสมาร์ทการ์ด ทำให้เกิดความเสี่ยงในหลายๆด้าน นักวิชาการและประชาชนจำนวนมากไม่มีความมั่นใจในระบบความมั่นคงของฐานข้อมูล และมีความกังวลในความเสี่ยงในกรณีการขโมยข้อมูลหรือการสูญหายของบัตรประชาชน นอกจากนี้การบรรจุข้อมูลหมู่เลือดและโรคประจำตัวบนบัตรประชาชน อาจทำให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชน และละเมิดเสรีภาพในกรณีของผู้ติดเชื้อเอดส์ รัฐยังไม่มีการประกาศใช้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Act) และไม่มีการคุ้มครองสิทธิความเป็นส่วนตัว (privacy rights) ทำให้เกิดความเสี่ยงในด้านอื่นๆ ตามมา เช่น ในกรณีข้อมูลส่วนบุคคลถูกทำลาย ดัดแปลง หรือถูกขโมย โดยผู้ที่ไม่มีสิทธิเข้าถึงฐานข้อมูล โดยเฉพาะข้อมูลลายนิ้วมือและข้อมูลพันธุกรรม ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีค่ามากในทางอาชญากรรม
อันตรายจากความเสี่ยงของการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลเป็นเรื่องใหม่ และประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่มีความตื่นตัวและไม่เข้าใจถึงความเสียหายและผลกระทบในทางลบของการมีฐานข้อมูลประชาชน และบัตรประชาชนแบบสมาร์ทการ์ด ภาครัฐเองก็ไม่มีความพร้อมในการให้หลักประกันของความมั่นคงของฐานข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน ความล้มเหลวของการประมูลบัตรประชาชนเอนกประสงค์ในอดีต สะท้อนปัญหาของระบบควมมั่นคงของไมโครชิป และการขาดการประสานงานที่ดีของหน่วยงานภาครัฐ การใช้บัตรประชาชนหรือสมาร์ทการ์ดอย่างแพร่หลายในอนาคตเป็นการปูพื้นฐานให้กับการใช้บัตรสมาร์ทการ์ดเพียงใบเดียว ในการทำธุรกรรมทุกอย่าง ในการเข้าถึงบริการภาครัฐและภาคธุรกิจเอกชน ซึ่งอาจนำไปสู่ความเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัว (privacy rights) และการละเมิดสิทธิเสรีภาพกรณีของผลกระทบจากอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ หรือความเสียหายของระบบฐานข้อมูล
ดังนั้นการจัดสัมมนาในประเด็น ข้อมูลส่วนบุคคลกับความเสี่ยงในยุครัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ จึงได้จัดขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ คือ

  1. เพื่อให้เกิดความตื่นตัวในเรื่องความสำคัญของข้อมูลส่วนบุคคลและผลกระทบจากความเสี่ยง
  2. เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล ผลกระทบของบัตรสมาร์ทการ์ด และการขาดแคลนการคุ้มครองทางกฎหมาย
  3. เพื่อให้เกิดความเข้าใจถึงความเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชน และสิทธิเสรีภาพ และอิสรภาพของประชาชน ภายใต้ระบอบประชาธิปไตย

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการสัมมนา

  1. ทำให้เกิดความตระหนักและเข้าใจถึงความจำเป็นของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
  2. ทำให้เกิดความเข้าใจความเสี่ยงในมิติต่างๆ ของฐานข้อมูลประชาชน และบัตรประชาชนแบบสมาร์ทการ์ด
  3. ทำให้เกิดแนวความคิดหลากหลายในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

กำหนดการ

๑๓.๐๐ – ๑๓.๐๕ กล่าวรายงาน
รศ. ดร. โสรัจจ์ หงศ์ลดารมภ์ ผู้ประสานงานกลุ่มวิจัย

๑๓.๐๕ – ๑๓.๑๐ กล่าวเปิดงาน
ศ. ดร. ธีระพันธุ์ เหลืองทองคำ คณบดีคณะอักษรศาสตร์

๑๓.๑๐ – ๑๕.๐๐ เสวนาโต๊ะกลม: “การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล: หลักการและปฏิบัติ”
ผู้ร่วมเสวนา: ดร. นคร เสรีรักษ์, คุณวันฉัตร ผดุงรัตน์, คุณไพบูลย์ อมรภิญโญเกียรติ,
ท่านนันทน อินทนนท์
ผู้ดำเนินการอภิปราย: ผศ. ดร. กฤษณา กิติยาดิศัย

๑๕.๐๐ – ๑๕.๑๕ พัก กาแฟ/น้ำชา/อาหารว่าง

๑๕.๑๕ – ๑๖.๓๐ เสวนา (ต่อ) และอภิปราย

สนใจแจ้งความจำนงได้ที่ รศ. ดร. โสรัจจ์ หงศ์ลดารมภ์ โทร. 02 218 4756 หรือ 02 218 4755 แฟกซ์ 02 218 4755 ไม่เก็บค่าลงทะเบียน

Categories
Uncategorized

บล๊อกวิชาปรัชญาภาษา

ผมได้เปิดบล๊อกใหม่ซึ่งเป็นของรายวิชาปรัชญาภาษา ภาคการศึกษาต้น 2551 ที่

http://philoflanguage.wordpress.com/

ท่านที่สนใจสามารถเข้าไปดูได้ครับ

Categories
Uncategorized

การเพิ่มขีดความสามารถของมนุษย์กับพระพุทธศาสนา

การประชุมเสวนา
“การเพิ่มขีดความสามารถของมนุษย์กับพระพุทธศาสนา”
(Human Enhancement and Buddhism)

วันศุกร์ที่ ๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๑๓.๐๐ – ๑๕.๓๐ น.
ห้อง ๗๐๘ อาคารบรมราชกุมารี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

จัดโดยภาควิชาปรัชญาและศูนย์จริยธรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ในปัจจุบันการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของมนุษย์ได้มีการพัฒนาขึ้นอย่างกว้างขวาง การเพิ่มขีดความสามารถของมนุษย์นี้หมายถึงการทำให้ความสามารถด้านต่างๆของมนุษย์มีมากขึ้น ซึ่งที่มีใช้กันแพร่หลายก็มีเช่น การใช้ยาเพื่อเพิ่มพลังของนักกีฬา นอกจากนี้ ก็ยังการทำให้ร่างกายของมนุษย์สวยงามขึ้น ซึ่งก็รวมอยู่ในเรื่องการเพิ่มความสามารถของมนุษย์นี้ด้วย การทำให้ร่างกายสวยงามขึ้นด้วยการใช้เทคโนโลยี ก็มีเช่น การผ่าตัดทางศัลยกรรมตกแต่ง การใช้ยาเพื่อทำให้ร่างกายมีกล้ามเนื้อสมบูรณ์ขึ้น เป็นต้น อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีในขณะนี้สามารถทำให้ความสามารถของมนุษย์เพิ่มขึ้นมากไปกว่าที่เป็นอยู่ เช่นการผ่าตัดศัลยกรรมหรือการใช้ยาอย่างมากมาย ซึ่งการพัฒนาใหม่ๆเหล่านี้เป็นผลพวงของการพัฒนาทางด้านนาโนเทคโนโลยี ซึ่งเป็นการผลิตอุปกรณ์และเครื่องมือในระดับความกว้างความยาวของอะตอม ตัวอย่างการพัฒนาทางด้านนี้ก็มีเช่น มีการพัฒนาการเพิ่มความสามารถในการจำของมนุษย์ ด้วยการฝังชิปคอมพิวเตอร์ลงไปในร่างกาย เพื่อให้ทำงานร่วมกับสมอง เพื่อทำให้สมองสามารถจดจำข้อความและเรื่องราวต่างๆได้มากขึ้น หรือช่วยให้สมองประมวลผลข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น อันจะยังผลให้ผู้ที่เป็นเจ้าของสมองนั้นสามาาถคิดได้รวดเร็วมากเท่าๆกับคอมพิวเตอร์ ยิ่งไปกว่านั้นก็มีการพัฒนาอุปกรณ์ช่วยในการมอง ที่เมื่อฝังลงไปแล้ว ก็จะช่วยให้คนตาบอดมองเห็น หรือคนหูหนวกได้ยินเสียง และก็เป็นไปได้ว่าอุปกรณ์เช่นนี้จะสามารถทำให้มองเห็นช่วงความถี่ที่คนทั่วไปมองเห็นไม่ได้ เช่นคลื่นอินฟราเรด ซึ่งจะทำให้มองเห็นในที่มืดได้ หรือทำให้ได้ยินเสียงที่สูงหรือต่ำมากเกินกว่าความสามารถของหูมนุษย์ทั่วไปได้

การเพิ่มขีดความสามารถของมนุษย์ด้วยเทคโนโลยีเช่นนี้ ทำให้เกิดปัญหาทางจริยธรรมต่างๆมากมาย เช่น การเพิ่มขีดความสามารถดังกล่าวเป็นการกระทำที่ถูกหลักจริยธรรมหรือไม่ ตัวอย่างเช่น การที่คนๆหนึ่งเพิ่มความสามารถทางร่างกายของตนเองด้วยเทคโนโลยีนี้ ซึ่งทำให้เขามีกำลังกายมากกว่าคนธรรมดาๆหลายเท่า เป็นสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่ และก็มีปัญหาอื่นๆ เช่น หากมีการเพิ่มความสามารถเช่นนี้จริง จะทำให้เกิดมีคนสองประเภทหรือไม่ ได้แก่กลุ่มที่ได้รับการเพิ่มความสามารถและกลุ่มที่ไม่ได้เพิ่ม ปัญหาเหล่านี้ควรจะได้รับการพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วน

ยิ่งไปกว่านั้น เนื่องจากสังคมไทยเป็นสังคมพุทธเป็นส่วนใหญ่ การพิจารณาว่าพระพุทธศาสนามีทรรศนะหรือท่าทีเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไรก็เป็นเรื่องสำคัญ ด้วยเหตุนี้จึงได้จัดการประชุมนี้ขึ้น ปัญหาเกี่ยวกับการเพิ่มความสามารถที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาก็มีเช่น พระพุทธศาสนาจะมีทรรศนะอย่างไรเกี่ยวกับการเพิ่มขีดความสามารถของมนุษย์ที่ทำให้มนุษย์มองเห็นได้ในที่มืด หรือมีกำลังกายมากกว่าคนทั่วไป หรือมีความสามารถในการคิดและประมวลผลข้อมูลจำนวนมากอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับคอมพิวเตอร์ นอกจากนี้ก็ยังมีปัญหาเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาเอง เช่น การที่คนๆหนึ่งจะใช้เทคโนโลยีเพิ่มความสามารถเช่นนี้ เพื่อให้ตนเองปฏิบัติสมาธิได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น จะเป็นการถูกต้องหรือไม่ หากมีการพัฒนายาแบบหนึ่ง ซึ่งทำให้การปฏิบัติสมาธิหรือเข้าฌานให้ได้ผลตามที่บัญญัติไว้ในคัมภีร์ ซึ่งตามปกติอาจจะต้องใช้เวลายาวนาน กลายเป็นการปฏิบัติที่ใช้เวลาเพียงเล็กน้อย และหากมียาที่ทำให้ผลของการปฏิบัติธรรมเกิดขึ้นได้รวดเร็วเช่นนี้ การพัฒนายากับการกินยานี้เพื่อการปฏิบัติจะเป็นการกระทำที่ถูกต้องตามหลักของพระพุทธศาสนาหรือไม่ การเพิ่มความสามารถเช่นนี้ดูเหมือนว่าจะเป็นการพัฒนา “ตาทิพย์” หรือ “หูทิพย์” ให้เป็นได้จริง การกระทำเช่นนี้ถูกต้องหรือไม่ การประชุมนี้จะพิจารณาปัญหาเหล่านี้รวมทั้งปัญหาอื่นๆ

วิทยากร
รศ. ดร. สมภาร พรมทา
รศ. ดร. โสรัจจ์ หงศ์ลดารมภ์

กำหนดการ
๑๓.๐๐ – ๑๓.๔๕ “ปัญหาทางจริยธรรมของการเพิ่มขีดความสามารถของมนุษย์”
รศ. ดร. โสรัจจ์ หงศ์ลดารมภ์
๑๓.๔๕ – ๑๔.๓๐ “ทรรศนะของพระพุทธศาสนาเกี่ยวกับการเพิ่มขีดความสามารถของมนุษย์”
รศ. ดร. สมภาร พรมทา
๑๔.๓๐ – ๑๔.๕๐ พัก (น้ำชา/กาแฟ/ของว่าง)
๑๔.๕๐ – ๑๕.๓๐ อภิปรายทั่วไป

ลงทะเบียนฟรี

Categories
Buddhism wordpress

My Personal Blog

Click here for my personal weblog at wordpress.com. This blog contains posts mostly on Buddhism.

Categories
compulsory licensing

Ethical Issues in Compulsory Licensing of Patented Medicines

Then on Wednesday, April 23, 2008 I went to Khon Kaen University to give a talk on “Ethical Issues on Compulsory Licensing.” This was a panel which I shared with Dr. Siriwat Thiptaradol and Dr. Vitaya Kulsomboon. Dr. Siriwat is a high ranking official at the Ministry of Public Health and Dr. Vitaya is a professor of pharmacy at Chulalongkorn University.

Categories
bioethics human dignity human rights human vulnerability UNESCO

Workshop on Universal Declaration of Bioethics and Human Rights

This week is a very hectic one for me. I went to Manila from Sunday to Tuesday (April 20 to 22) to give two talks in the Training Workshop on the Universal Declaration of Bioethics and Human Rights. It was held at the School of Social Sciences and Philosophy at University of the Philippines, Diliman. The workshop was held to promote the Declaration, which was recently announced by UNESCO and adopted by its member states.

The first talk that I gave was on “Human Dignity and Human Rights,” which was an important topic in the Declaration. Basically it says that human dignity and human rights should always be respected. This is done in the context of health care and life sciences, which are the main concern of bioethics. Then on Tuesday I gave another talk on “Human Vulnerability and Protection of Personal Integrity.”

For more information about the workshop, contact Prof. Leonardo de Castro, University of the Philippines, Diliman.

Categories
Asia development information technology

Workshop on ICTs and Development

The international workshop on “ICTs and Development: Experiences from Asia” has just been completed. The workshop was organized by T. T. Sreekumar and Milagros Rivera of the Department of Communication and New Media, National University of Singapore. Around 15 leading scholars from Asia attended, including V. V. Krishna from Jawaharlal Nehru University in India. He is the editor of the journal “Science, Technology and Society,” which is a leading journal for science and society in Asia.

Yesterday I presented a paper on “Web 2.0 and Social Networking Websites: Challenges and Potentials for Development in the Thai Context.” The idea of the paper was to look at the new phenomenon of web 2.0 where user generated content is emphasized and assessed their potential roles for development as well as the obstacles and challenges. Other papers dealed with the impact and the roles of ICT’s in Asian society in one way or another. For example, Anke Schwittay from UC at Berkeley talked about the current project run by Hewlett-Packard at Kuppam, India. Gopalan Ravindran talked about mobile phones and moral panics in India.

There were several others. My impression was that this is an important step toward a fuller understanding of the complex roles that information and communication technologies are having in Asia. Asia is a huge continent and there is a lot of diversity. As a result, a paper dealing with one region in the continent could be widely different from another that deals with another region. The methodologies and the home disciplines of the presenters were different also. While most presenters are communication scholars and theoriests of some kind, V. V. Krishna himself is a scholar in science, technology and society; I myself am a philosopher. This is why the workshop is such a dynamic place.

Categories
Uncategorized

Learning to Philosophize the Tibetan Way


The Department of Philosophy, Chulalongkorn University cordially invites the public to a colloquium on

“Learning to Philosophize the ‘Tibetan’ Way”

by

Georges B. Dreyfus

Williams College, USA

Room 708, Boromratchakumari Building, Faculty of Arts, Chulalongkorn University
March 10, 2008, 10 am to 12 noon.

Categories
Uncategorized

DNA Analysis in the Context of Biobanking

The Center for Ethics of Science and Technology
cordially invites the public to a symposium on

DNA Analysis in the Context of Biobanking

Papers and presenters:

* Juergen Simon: “Recent developments in legal discourse on gene diagnostics in Germany”

* Rainer Paslack: “Genetic information, biobanks and legal regulations”

* Brigitte Jansen: “Gene diagnostic, information of storage data and DNA-banking in the context of the legal and ethical situation in India”

Wednesday, 30 January 2008 at Room 708, Boromratchakumari Building, Faculty of Arts, Chulalongkorn University, 08:00 to 12:00 hours.

The presenters are professors of law and bioethics at Lüneburg University, Germany.

For more information, please contact Dr. Soraj Hongladarom by mailing to him from this website.